2007/Jul/22

พาสสอง ตะกี้พิมแม่งหาย เซง....

ชีวิตของแกะตัวหนึ่ง ช่วงชีวิตนึง แกะจะทำอะไรกับเค้าได้บ้าง...
แกะทำงาน แกะขับรถ แกะกินเหล้า แกะไม่หลับไม่นอน

หมู "แกะ กินข้าวป๊าวววววววว วันนี้เจ๊หน่อง ลดครึ่งราคา ด้วยเว๊ยยยย หร่อยๆ"
แกะ "อืมมม วันนี้ไม่ได้อ่ะ เราต้องส่งแบบพรุ่งนี้ ...ไว้วันหลังนะ"
หมู "โหยยยยยยยย ไรว๊าาาาาาาา หมูหิวๆ วัยรุ่นเซงว่ะ"

แล้วแกะก็กลับบ้าน ระหว่างทางแกะคิด "ทำไมชีวิตเรามันไม่เหมือนคนอื่นๆเค้านะ
ไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ไม่ได้พักผ่อน ทำแต่งาน นี่มันอะไรกัน........" แล้วก็เฝดกันไป

หมู "แกะ เกะป๊าววววววววววว วันนี้กูเกิดอยากเลี้ยง เก๊ ป๊าววววววว "
แกะ "เอ่อ คือวันนี้เราเหนื่อยนะ....ขอพักอยู่บ้านแล้วกันนะ"
หมู "อ้าว ไรว๊าาาาาาาาาา หมูรวยเว่ยเฮ๊ย รวย วัยรุ่นเซงว่ะ"

แล้วแกะก็กลับบ้านไป แล้วก็คิดเล็กคิดน้อยขึ้นมา " เห้ออออออ ตอนกูมีงาน
ก็ไม่ได้ไป..เพราะกูมีงาน พอกูไม่มีงาน กูก็เหนื่อย กลับบ้านมานอน....
แกะเซง"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เกิดเป็นแกะมันก็อย่างนี้แหละ หมูจะมาเข้าใจอะไร

2007/Jan/07

สวัสดีปีใหม่ครับ หลังจากไม่ได้อัพบล็อคมานานมากแล้ว กว่่าครึ่งปี ต้องขอ ขอบคุณ exteen จริงๆที่ยังไม่ลบบล็อคผมออกไปจะระบบ

วันนี้ ระหว่างที่ผมกำลังสนทนากับคุณ Lakari อยู่ในเอ็ม จู่ๆมันก็พูดขึ้นมาว่า "เออ กู tag มึงนะ" "อัพบล็อกด้วย" ซะงั้น เป็นเหตุให้ผมต้องมานั่งอัพบล็อก ในเวลานี้ เนื่องจากผมกำลังทำตัวว่างอยู่

เค้าว่าให้ผมเขียนเรื่องของตัวเองที่คนอื่นไม่ค่อยจะรู้มาซัก 5 เรื่อง อืมมม ผมว่ามันก้อไม่น่าจะยากเย็นอะไรนะ เอาเป็นว่าลองดูละกันครับ เริ่มเลย...

1. ผมไม่นั่งรถ 2 ล้อเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการซ้อนหรือขับเองก็เถอะ ไม่ว่าจะจักรยาน ยนต์หรือไม่ยนต์ผมก็ไม่นั่ง ถึงขนาดว่า ถ้าต้องไปที่ๆหนึ่ง แล้วมียานพาหนะเพียงชนิดนี้ชนิดเดียว ให้ผมเลือกนั่ง ผมยอมเดินไปดีกว่า ไม่ก้อไม่ไปซะเลย ผมไม่นั่งจริงๆครับ สาเหตุมาจากเหตุการณ์ ครั้งเยาว์วัยของผม ที่นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ แล้วเท้าขวาผมถูกล้อมันดูดเข้าไปปั่นในนั้นครับ ลองนึก ภาพเด็กที่ขายังยาวไม่ถึงที่เหยียบสิครับ แล้วเท้าเข้าไปอยู่ในวงล้อที่กำลังหมุนอยู่ด้วยโครงเหล็กเป็นเส้นๆ โอว เลือดสาดครับ เข้าโรงบาลผ่าตัดเย็บอะไรไม่รู้ล่ะครับ เข้าเฝือกเลย นั่งเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัว ที่สุดอันนึงในชีวิตผมเลยล่ะ

2. ผมมีก้อนเนื้อประหลาดอยู่ ที่ระหว่างน่าอกกับท้องครับ มันเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ ระบบหายใจของผมไม่ค่อยจะราบรื่นนัก ทำให้บางครั้งผมรู้สึกเจ็บหน้าอกเวลาหายใจด้วย อันนี้เป็นมาตั้งแต่เกิดแล้วมั้งครับ พ่อแม่เคยเล่าว่า ผมเคยหยุดหายใจไปซะงั้น ตอนเด็กๆ หมอเค้าเลย X-RAY ดูก็เลยเจอเจ้าก้อนเนื้อตัวนี้ แต่ก้อไม่ได้เป็นอันตรายมากนัก ก็เลยไม่เอา ออก ( เพราะกลัวว่าผ่าตัดแล้วจะเป็นอะไรขึ้นมา ) แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ

3. ผมอยากมีน้องชายฝาแฝด จริงๆนะ เพราะว่าผมเกิดเป็นลูกคนเล็กล่ะมั้ง มีแต่พี่ๆที่อายุ ค่อนข้างจะห่างกันพอสมควร ทำให้ผมอยากได้น้องชายขึ้นมา และยิ่งเป็นฝาแฝดกับผมด้วย จะดีมากๆ ท่าทางน่าสนุก ผมว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีกันได้แน่นอน ถ้าเค้ามีนิสัยเหมือนผมนะ แต่คงทะเลาะกันบ่อยแน่ๆ เพราะผมเอาแต่ใจ

4. ผมเกิดวันเดียวกับพ่อ เชื่อไม๊ว่าผมเนี่ยเกิดวันที่ 3 เดือน 5 เหมือนกับพ่อผมเป๊ะเลย จะมีซักกี่คนที่จะได้เกิดวันเดียวกับพ่อหรือแม่จริงไม๊ครับ เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ เรื่องหนึ่งที่จะสามารถมาบอกกล่าวกันได้

5. เวลากินข้าว ผมไม่คุยกับใคร เวลากินข้าว เป็นเวลาหนึ่งที่ผมจะระแวงอยู่เสมอๆว่า มีใครกำลังคุยกับผมอยู่หรือป่าว เพราะว่าผมจะไม่ได้ยิน สาเหตุก็มาจากการที่ผมมีความผิดปกติ ในเรื่องของการได้ยินเสียงทางอากาศ ทำให้เสียงที่เดินทางผ่านทางอากาศมานั้น ผมได้ยินเบา กว่าคนอื่นๆ แต่ว่าส่วนการได้ยินเสียงผ่านทางการสั่นสะเทือนของร่างกาย หรือกระดูกของผม ยังเป็นปกติดี ทำให้เสียงต่างๆที่เกิดขึ้นจากตัวผมเอง ผมได้ยินมันดังกว่าเสียงภายนอก นี่ก็เป็น สาเหตุที่ทำให้ผมพุดเสียงเบา เพราะไม่สามารถพูดได้ดังกว่าที่ผมได้ยินได้อีกแล้ว

เอาล่ะ ครบแล้วครับ 5 ข้อ อ่านๆไป รู้สึกว่าผมเป็นคนพิการบ้างหรือป่าว หึๆ บางครั้งผมก็แอบ รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันครับ แต่ก็เถอะนะ ไม่บอกก็คงไม่มีใครรู้ล่ะมั้ง

เรื่อง Tag ต่ออีก 5 คนผมขอพักไว้ก่อนนะครับ วันนี้เสียเวลามามากแล้ว กับการเขียนอันนี้ ถึงสองครั้ง เพราะครั้งแรกมันหายไปหมดเลย เลยต้องมานั่งเขียนใหม่ สำหรับวันนี้ บ๊ายบายครับ
edit @ 2007/01/07 19:25:46
edit @ 2007/01/07 19:26:37

2006/Jul/25

เธอ...
วันนี้เข้าไปอ่าน blog ของเธอมา ไม่เคยอ่านแล้วรู้สึกไม่ดีเท่านี้มาก่อนเลย เพราะท่อนนั้น
เธอคงไม่เคยรู้ ว่าฉันคอยอ่านมันมาตลอด อ่านทุกประโยค ทุกคำที่เธอเขียน
เธอคงลืมอะไรไปอย่าง ฉันก้อเป็นเหมือนเธอ เราสองคนเหมือนกัน เหมือนกันมาก...
ตอนนี้เราต่างคนต่างก้ออยู่คนเดียวบ้าง อยู่กับเพื่อนบ้าง สลับกันเหงา

สิ่งที่เราเหมือนกันก็คือความคิดมาก เก็บไปคิดตลอด และที่เหมือนมากขึ้นก็คือ
เราคิดมันอยู่ในใจทั้งคู่ ยากมากที่จะเอ่ยมันออกมา เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียใจ
เพราะเหตุนี้ล่ะมั้ง เธอถึงถามฉันว่า "เคยโกหกคนอื่น ให้เค้ามีความสุขบ้างไม๊"
อยากบอกว่า ตอนนั้นเข้าใจความหมายของเธอดี

เวลาที่เธอร้องไห้ ฉันรู้สึกแย่มาก ถึงมากที่สุด รู้สึกเลว ไม่คู่ควร เห็นแก่ตัว
แต่ฉันก้อเข้าใจ เพราะเธอเป็นเหมือนฉัน

แต่ถึงยังงั้นเธอก็ยังคงเหมือนฉัน ฉันแยกแยะไม่ออก ว่าอันไหนคือความจริง อันไหนคือไม่จริง
แยกไม่ออกว่าเธออารมณ์ดีอยู่จริงๆหรือป่าว แยกไม่ออกจริงๆ

แต่ก้ออยากบอกเธอเหมือนกันว่า ฉันก้อเหงา ไม่แพ้เธอเลย
มีบางอย่างที่ฉันไม่แน่ใจ ว่าเธอเป็นเหมือนฉันหรือป่าว...
ฉันกลัวความผิดพลาด ฉันเป็นคนไม่เปิดใจให้ใครง่ายๆ ไม่เชื่อใจใครง่ายๆ
ฉันถึงได้พูดกับเธอไปว่าอย่างนั้น ตอนก่อนกลับจากเชียงใหม่ครั้งก่อน
เพราะฉันกลัว กลัวว่ามันจะผิดพลาด มันจะล้มเหลว...

แต่นั่นเป็นความคิดในตอนนั้น...ในตอนนี้ ฉันเริ่มมั่นใจมากขึ้น เริ่มใจกล้ามากขึ้น
ตอนนี้ฉันคิดว่าไม่มีใครอีกแล้ว ที่จะรักฉัน....เท่าเธอ ไม่มีเลยจริงๆ
รอเพียงโอกาส และเวลาเท่านั้น ที่จะเติมเต็มความมั่นใจของฉัน
และก็อยากให้เธอรอเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้หรือป่าว ก็คงต้องแล้วแต่เธอ

7 เดือนกะสองวันแล้วตอนนี้ ก็ได้แต่หวังว่าตัวเลขนี้จะยังเดินต่อไปเรื่อยๆ
สุดท้ายนี้ อยากบอกว่า "รักเธอจริงๆ" ( ขอโทด ที่ได้แค่พิมพ์ )

เอาเพลงนั้นมาแปะไว้ด้วย อ่านดูแล้วมันเศร้าจริงๆ

แม้มีเธอเดินข้างกัน แม้ยังจะคุยกันเหมือนเคย

แม้กายก็ยังสัมผัส แต่ไม่รู้ทำไมไม่เคยอุ่นหัวใจ

ยังกับชีวิต ยังคงเติมไม่เต็ม

ถึงเธอจะบอกรักกัน ฉันเองที่ไม่เคยแน่ใจ

ว่าเธอคือคนที่ใช่ ผิดมากไหมที่ใจกลับคิดอย่างนี้ไป

อยากจะหยุดคิด ก็ยังห้ามไม่ไหว

ก็เหงา และเหมือนไม่มีใคร

กอดเธอไว้ ยังคงคล้ายตัวคนเดียว

ก็เหงาใจ และคิดถึงไออุ่น

จากคนไหนสักคน ที่ฉันไม่แน่ใจ ไม่รู้เลย

ฉันได้แต่เตือนหัวใจ ว่าเธอนี่ไงที่ต้องการ

แต่หัวใจไม่เคยรู้สึก ยังคำนึงจนเกินจะไปขัดขืนมัน

อยากจะหยุดคิด ยังห้ามไม่ไหว

ช่วงนี้เธอคงเหนื่อยมาก สู้ๆนะ รักษาสุขภาพด้วย
ไม่รู้เธอจะมาอ่านเจอเมื่อไหร่เหมือนกันนะ รักนะ (?จากผู้ชายขี้อาย งี่เง่าคนนึง)

edit @ 2006/07/26 00:02:23